จุดกำเนิดของความงามที่ซ่อนอยู่ในธรรมชาติ

   

 The Q international นำสารสกัดเซลล์ต้นกำเนิด รกม้าสายพันธ์ชั้นสูงจากนิวซีแลนด์ผสมผสานกับสูตรเฉพาะจากนักวิทยาศาสตร์ประเทศ อังกฤษ ที่มีการค้นคว้ามาอย่างยาวนาน รังสรรค์ผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยระดับพรีเมี่ยม ภายใต้แบรนด์ว่า “MARTIAL” สูตรเซรั่มนี้มีประสิทธิภาพที่น่าอัศจรรย์ เป็นสูตรแรกและสูตรเดียวให้ผิวพรรณกลับมาสดใสโดยกระบวนการจากธรรมชาติ

   

  สรรพคุณของ Martial Placenta Serum
  • ฟื้นบำรุง  ให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ด้วยส่วนผสมต่างๆช่วยกระตุ้นประสิทธิภาพในการฟื้นฟู เรียบเนียน นุ่ม และสุขภาพผิวดี
  • ลดเรือนริ้วรอย  ด้วยประสิทธิภาพของสารสกัดจากรกม้า ริ้วรอยสามารถลดเลือนภายใน 4 สัปดาห์ 
  • เหมาะสำหรับคุณ  สูตรที่พัฒนาเพื่อผิวชาวเอเชียโดยเฉพาะ ทำให้เซลล์ผิวดูดซึมสารอาหารจากเซรั่มได้อย่างยอดเยี่ยม 
                                                          
                                                                           

เครื่องสำอางค์ The Q International เริ่มต้นจาก คุณแอน ธนันดา จุลกมล ดารานางแบบ รุ่นเก๋าและน้องเตชิษฐ์ ที่ชื่นชอบธุรกิจทางนี้ ด้วยความฝัน ของเธอ ในการท่องเทียวทั่วโลก เพื่อหาผลิตภัณฑ์แห่งความงามสำหรับผู้หญิง ด้วยระยะเวลากว่า 20 ปี กับ 15 ประเทศ เธอได้รับประสบการณ์ และทดลองและสรรค์หาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้โดดเด่นหรือราคาสูง แต่เธอการันตรีคุณภาพ มามากกว่า 100 ชิ้น  ด้วยสโลแกนที่ว่า ใช้ดีต้องบอกต่อเธอจึงแนะนำผลิตภัณฑ์ของเธอ ผ่านตัวแทนทั้งไทยและต่างประเทศ จากปากต่อปาก จนกำเนิดเป็น     The Q International

                                   
     




      

ใครๆก็หลงรัก MARTIAL



ส่วนประกอบที่สำคัญของ MARTIAL HORSE PLACENTA

ทำความรู้จักกับ PLACENTA

            ในพลาเซนต้า ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่มีประโยชน์หลายชนิดมาก และ placenta ยังมี stem cell stimulating factor ซึ่งจะช่วยกระตุ้น stem cell ในร่างกายที่อยู่ในภาวะพัก ให้กลับมามี activity เหมือนกับการเปิดสวิทซ์ ให้ stem cell เริ่มการทำงาน ในการซ่อมแซมร่างกาย และพบว่า placenta peptide สามารถกระตุ้น stem cell ได้เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติถึง 8 เท่า ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายผลัดเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพแล้วออกไป แล้วสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่ อันจะมีผลต่อเนื่องไปยังการทำงานต่างๆ ของร่างกาย และก่อให้เกิดประโยชน์ตามมาอย่างมากมาย ในอดีตช่วงปี ค.ศ. 1933 

โดย Vladimir Petrovich Filatov ศัลยแพทย์ชาวรัสเซีย ที่ริเริ่มใช้ สารสกัดจากรกกับเครื่องสำอางค์ แม้ในอดีตมีคนจำนวนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับการที่ใช้รกของคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมาสกัดทำเครื่องสำอางค์

  ปัจจุบันนิยมสกัดพลาเซนต้าจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม คือ ม้า หมู แกะ วัว เป็นต้น แต่เนื่องจากวัวและแกะก็มีโรคติดต่อร้ายแรงคือโรค BSE หรือที่เรียกกันว่า โรควัวบ้า) ซึ่งมีผลทำให้สมองเสื่อม ในประเทศญี่ปุ่นจึงมีกฎหมายห้ามผลิตพลาเซนต้าที่ทำมาจากสัตว์ที่เป็นพาหะของโรค BSE นี้ คือ วัวและแกะ จึงเหลือเฉพาะหมูและม้าเท่านั้น สำหรับพลาเซนต้า

 ทำไมจึงต้องเป็นHORSE PLACENTA?
            ในปี 1970 เกิดเหตุไฟไหม้คอกม้าของนักวิทยาศาสตร์ที่เมืองKenilworth ในประเทศอังกฤษมีคนงานบางส่วนบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้ เจ้าของคอกม้าจึงทดลองใช้รกม้าในการรักษาแผลและประสบความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึง ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ ความอัศจรรย์จากเซลล์ต้นกำเนิดรกม้า ซึ่งจากการวิจัยและพัฒนาสูตรมาตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ซึ่งได้ค้นพบว่าตัวช่วยที่ดีที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวคือ รกม้าของม้าแข่ง ม้าชั้นสูงจากประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งประโยชน์ของ Horse Placenta มีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น
  • กระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่  ลดรอยเหี่ยวย่นหมองคล้ำ ลดเลือนริ้วรอยร่องลึก ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย 
  • ปกป้องสภาพผิวไม่ให้แห้งกร้าน สร้างความกระชับให้กับผิวหน้าดูเต่งตึงขึ้น
  • เซลล์สีผิวให้เรียบเนียนดูสม่ำเสมอ
  • เพิ่มความยืดหยุ่น (Anti - Inflammatory) ให้กับสภาพผิว
  • เพิ่มความสดใสให้กับผิวที่แห้งกร้านจากแสงแดด และ UV ผิวกระจ่างใสยิ่งขึ้น (Whitening Agent)
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับผิวหน้าอีกครั้ง และปลอดภัยจากสารเคมีที่เป็นพิษ เพราะพลาเซนต้าสกัดบริสุทธิ์จากธรรมชาติ นุ่มละมุนด้วยโมเลกุลของน้ำ เพื่อช่วยดูดซึมและกระชับผิวให้แข็งแรง

ด้วยคุณประโยชน์ที่มากมาย เซรั่มของ MARTIAL ถูกออกแบบให้มีอนุภาคเล็กที่สุดเพื่อซึมซาบได้ลึกสู่ชั้นใต้ผิว ซ่อมแซมและฟื้นบำรุงผิวที่ถูกทำร้ายทั้งริ้วรอย ที่คุณมองเห็นและไม่เห็น เพื่อให้ได้เทคโนโลยีในการบำรุงผิว ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ปฏิบัติการได้ตรงจุดและรวดเร็ว


                                

 
ส่วนประกอบอื่นๆของ MARTIAL HORSE PLACENTA

        นอกจาก HORSE PLACENTA แล้ว ยังมีส่วนประกอบที่สำคัญอื่นๆ ที่ตั้งใจคัดสรรลงในเซรั่ม MARTIAL ไม่ว่าจะเป็น

ALOE VELA EXTRACT  - สารสกัดจากว่านหางจระเข้



สารสกัดจากว่านหางจระเข้  เป็นพืชที่มีความสูงประมาณ 60-100 cm ใบมีลักษณะอวบน้ำ ถูกใช้เป็นยามาตั้งแต่สมัยโบราณในการรักษาโรค โดยจะใช้ส่วนวุ้นในการรักษาอาการ แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ผิวบวมอักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย รักษากระเพาะอักเสบ และส่วนยางเมื่อนำมาเคี่ยวจนเป็นสีดำมีฤทธิ์เป็นยาระบาย เนื่องจากมีสาร Aloin อยู่ จากการวิจัยของ ศาสตราจารย์นายแพทย์บวรศิลป์ เชาวน์ชื่น อาจารย์คณะแพทย์ศาสตร์ ภาควิชา/สาขา ศัลยแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับว่านหางจระเข้ (ALOEVELA EXTRACT) พบว่า ในว่านหางจระเข้มีสารสกัดบริสุทธิ์ชนิดเข้มข้น ซึ่งเต็มไปด้วยสาร Aloctin A, Alocin B, ไกลโคโปรตีน โพลีแซคคาไรด์  สารสำคัญที่ช่วยรักษาบาดแผลให้หายเร็วและยังช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย นอกจากศาสตราจารย์นายแพทย์วิวัฒน์ วิสุทธิโกศล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลนี้ ยังได้กล่าวในบทความหนึ่งเกี่ยวกับว่านหางจระเข้ ไว้ว่าว่านหางจระเข้จึงถูกคนไทยขนานนามว่า  “สมุนไพรมหัศจรรย์จากธรรมชาติยังสามารถใช้ในลักษณะ ของเครื่องสำอางค์ได้ด้วยคือป้องกันผิวไหม้จากแดด และช่วยบำรุงผิว


มาดูประโยชน์ของว่านหางจระเข้ที่ใช้กับผิว
  • ใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เนื่องจากในว่านหางจระเข้ มีสารที่ชื่อว่า Aloctin A และ Aloctin B มีฤทธิ์ช่วยในการสมานแผล และ Aloctin A, veracylglucan B และC ในว่านหางจระเข้มีฤทธิ์ลดการอักเสบได้หมายเหตุ : แผลที่ใช้จะต้องไม่ติดเชื้อ
  • ลดเลือนจุดด่างดำ
  • กระตุ้นการซ่อมแซมผิว ช่วยให้แผลหายเร็ว
  •  ช่วยปลอบประโลมผิว
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยลดเลือนริ้วรอย
  • ลดอาการระคายเคืองจากผิวไหม้แดด
  • ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ทำให้ผิวนุ่มขึ้น
  • เติมความสดชื่นให้กับผิวได้ทันที
  • ช่วยบำรุงผิว ชะลอวัย เนื่องจากมีสาร Anti-oxidant อยู่




 ROSE EXTRACT - สารสกัดจากดอกกุหลาบ



         กุหลาบ" ได้ถูกค้นพบโดยชาวสวนนิรนามเมื่อ 4,000 ปีก่อน จากดอกไม้แสนสวยที่มักถูกกล่าวถึงในบทกวีหรือตำนาน เปรียบเปรยเรื่องของความรัก ความงาม ความโรแมนติก ในสมัยโบราณกลับมีการใช้กุหลาบทางการแพทย์มากมาย แพทย์หลายคนได้ใช้น้ำต้มกุหลาบรักษาอาการเส้นประสาทอักเสบ ใช้ควันจากดอกกุหลาบรมเพื่อรักษาคนไข้ปอดอักเสบ หรือใช้สารสกัดกุหลาบสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจและโรคไต จากงานวิจัยของทีมวิจัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาลัยมหิดลพบว่า กุหลาบและกุหลาบมอญ มีสรรพคุณในการรักษาโรคต่าง ๆ มากมาย เช่น ทำให้ร่างกายทำงานอย่างสอดคล้อง สมดุล ปรับระบบภูมิต้านทานให้แข็งแรง ปรับระบบการทำงานของต่อมไร้ท่อ ปรับการทำงานของระบบประสาทให้สมดุล น้ำมันกุหลาบจัดเป็นน้ำมันที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร เพราะช่วยสมานแผลกระเพาะอาหาร ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดการหมักหมมของเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยปรับสมดุลการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ แพทย์บางท่านได้มีการสั่งน้ำมันกุหลาบให้ผู้ป่วยโรคหัวใจสูดดม เพื่อลดอาการเจ็บแน่นหน้าอก 

     สำหรับดอกกุหลาบกับผิวคุณประโยชน์มีมากมายอย่างคาดไม่ถึงซึ่งมีบทความหนึ่ง  จากงานวิจัยของชาวอิหร่าน กล่าวถึงสรรพคุณของดอกกุหลาบ ในงานวิจัยที่ชื่อ Pharmacological Effects of Rosa Damascena  ส่วนในวงการความสวยความงาม ก็ยังกล่าวถึงประโยชน์ของดอกกุหลาบซึ่งในบทความของherbaldy namics beauty websiteชื่อดังได้พูดถึง The Beautiful Benefits of Roses for Skin ซึ่งคุณประโยชน์จากสารสกัดดอกกุหลาบเช่น
  

  1. มีคุณสมบัติเป็น anti septic และ anti bacteria และยังสามารถป้องกันการเกิดริ้วรอย อีกทั้งยังป้องกันการระคายเคืองผิว จึงนิยมนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ ทั้งในกลุ่ม Toner และ Moisturizerในการฟื้นบำรุงเซลล์ผิวที่เสียให้คืนสู่ความสมบูรณ์แข็งแรง 

 2. อุดมไปด้วย สารที่มีประโยชน์ในการบำรุงรักษาผิวหน้าและผิวกาย ช่วยกระชับรูขุมขนไม่ให้เปิดกว้างหลังการล้างหน้า ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และช่วยปรับสมดุลของสภาพผิว 

 3. ฟื้นฟูเซลล์ผิวภายในให้แข็งแรง เป็น Anti-oxidant ช่วยลดการเกิดริ้วรอยจุดด่างดำ และช่วยให้ผิวพรรณสว่างสดใสสุขภาพดี สีผิวจุดด่างดำจะค่อยๆจางลง

 4. กลีบกุหลาบ อุดมไปด้วย วิตามินซี แคโรทีน วิตามินบี วิตามินเค แคลเซียม และแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย

5. มีสารสำคัญ คือ Eugeniin แก้ปัญหาผดร้อน ผื่นแดงแพ้ระคายเคืองจากสารเคมี ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับผิว  และ Rose Polyphenol ยับยั้งเอมไซม์ไฮยาลูโรนิเดส

(Hyaluroidase) ที่ทำลายไฮยาลูโลนิกแอซิค ในผิวชั้นลึก จึงเสมือนเป็นเกราะปกป้องให้ถูกทำลายน้อยลง ช่วยยดอายุและปรับโครงสร้าง ให้ผิวแข็งแรง เต่งตึง  อุ้มน้ำ ไม่ยุบตัว หย่อนคล้อยไปตามวัยคงสภาพผิวแรกรุ่น อ่อนเยาว์ ลดการผลิตเม็ดสีเมลานิน ที่ทำให้ผิวคล้ำเสีย


BLACKCURRANT EXTRACT - สารสกัดจากแบล็คเคอร์แรนท์






           แบล็คเคอร์แรนท์เป็นผลไม้หนึ่งในตระกูลเบอร์รี ที่มีถิ่นกำเนิดในยุโรปกลางและเหนือ และพบอยู่ทางภาคเหนือของทวีปเอเชียด้วย แบล็คเคอร์แรนท์ถูกยกให้เป็น ราชาแห่งตระกูลเบอร์รี เพราะเต็มไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระบำรุงสุขภาพสูงที่สุด เพราะช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้หลายชนิด ตั้งแต่โรคหัวใจไปจนถึงโรคมะเร็งเลย นอกจากนั้นแล้วนักวิทยาศาสตร์ของสถานวิจัยพืชผลสก็อตแลนด์ได้ศึกษาเปรียบเทียบคุณสมบัติผลไม้ยอดนิยมกว่า 20 ชนิด ได้แก่ แอปเปิ้ล สตรอเบอร์รี่ มะม่วง กล้วยหอม ฯลฯ พบว่า แบล็คเคอแรนท์มีสารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากที่สุด

Dr. Josh Axe เจ้าของ website Dr.Axe เป็นเว็ปไซต์ชื่อดังเกี่ยวกับอาหารและสุขภาพ ได้เขียนบทความขึ้นเกี่ยวกับประโยชน์และสรรพคุณของ Blackcurrant ไว้ว่า “Blackcurrant” ผลไม้ลูกสีดำๆที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย ซึ่งสารอาหารเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย  สรรพคุณของ Blackcurrant เริ่มตั้งแต่ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ชะลอการเจริญเติบโตของมะเร็ง สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย แม้กระทั่งปกป้องดวงตาของเรา  

BLACKCURRANT กับความงาม


           แบล็คเคอร์แรนท์ เป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินซีสูง โดยในแบล็คเคอร์แรนท์ 100 กรัม จะมีวิตามินซีสูงถึง 200 มิลลิกรัม หรือมากกว่าส้ม ถึง 4 เท่า โดยเป็นที่รู้จักกันดีว่าวิตามินซีช่วยต้านอนุมูลอิสระ สร้างเนื้อเยื่อ ซ่อมแซมเซลล์ และมีสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งช่วยปรับสภาพของเส้นเลือดและผิวพรรณ รวมทั้งมีโพแทสเซียม ที่ช่วยรักษาน้ำในร่างกาย และลดความดันโลหิต  แบล็คเคอร์แรนท์  ยังมีไฟโตนิวเทรียนท์ ซึ่งเป็นอีกกลุ่มที่มีประโยชน์ต่อดวงตา คือ กลุ่มแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ที่พบมากในพืชสีแดง ม่วง และ น้ำเงินเข้ม เช่น บูลเบอร์รี และแบล็คเคอร์เรนต์ ช่วยให้การมองเห็นภาพคมชัดขึ้น ปกป้องหลอดเลือดฝอยของดวงตาและต้านอนุมูลอิสระ


 

PEONY  EXTRACT - สารสกัดจากดอกโบตั๋น





          โบตั๋น เป็นไม้ดอกสกุล Paeonia ซึ่งเป็นสกุลเดียว ในวงศ์ Paeoniaceae เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชีย, ตอนใต้ของยุโรป และตะวันตกของอเมริกาเหนือ ในอดีต โบตั๋นมักถูกจัดอยู่ในวงศ์ Ranunculaceae โดยพืชสกุลโบตั๋นส่วนใหญ่เป็นไม้ล้มลุกหลายปี สูงประมาณ 0.5–1.5 เมตร บางชนิดเป็นพุ่ม ลำต้นมีเนื้อไม้ สูง 1.5-3 เมตร ลักษณะของใบเป็นใบประกอบ มีแฉกลึก ดอกใหญ่ และมักมีกลิ่นหอม มีหลายสี ตั้งแต่ แดง บานเย็น เหลือง จนถึงขาว มักออกดอกในช่วงต้นฤดูร้อน นอกจากนี้ ทีมวิจัยจากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับ การต้านอนุมูลอิสระและการต้านแบคทีเรียของสารสกัดโบตั๋น พบว่า ไม่ว่าจะเป็นดอก ก้านดอก ใบ และก้านใบ ทำปฏิกิริยากับสารละลายชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะส่วนของดอกมีสารต้านอนุมูลอิสระและการยับยั้งแบคทีเรียได้ดี”  



สรรพคุณ สารสกัดจากดอกโบตั๋น

  - ช่วยลดรอยแดง รองหมองคล้ำ จุดด่างดำ

  - ฟื้นฟูสภาพผิว รีไซเคิลไมโทคอนเดรีย

  - กระตุ้นการสร้างพลังงานให้แก่ผิว (ATP)

  - ลดริ้วรอย, เพิ่มการสังเคราะห์ Collagen

  - ช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใส

  - ช่วยป้องกันแสงสีฟ้า (Blue Light Protection)
 ที่เกิดจากหน้าจอโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์


 








WAKAME EXTRACT - สารสกัดจากสาหร่ายวากาเมะ


           มหัศจรรย์ของสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพจากสาหร่ายทะเลสีน้ำตาล
ด้วยอนุภาคของสาหร่ายวากาเมะ ที่ช่วยรักษาความอ่อนเยาว์ให้ผิวคุณ อุดมไปด้วยแคลเซียม แร่ธาตุบริสุทธิ์ และกลุ่มวิตามินบี สารต่อต้านอนุมูลอิสระ อุดมไปด้วยความชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น พิสูจน์แล้วว่าช่วยให้ผิวยืดหยุ่นดีขึ้น ช่วยลดเลือนและซ่อมแซม ผิวที่หยาบและแห้งกร้าน หรือลดอาการระคายเคือง งานวิจัยของ Drx Hina Firdous ได้พูดถึงประโยชน์ของ สาหร่ายวากาเมะ ไว้อย่างมากมาย  ซึ่งวากาเมะอุดมไปด้วยโซเดียม เหล็ก โพแทสเซียมและแคลเซียม (มีแคลเซียมมากว่าในนมสดถึง 15 เท่า) แร่ธาตุเหล่านี้ เป็นส่วนสำคัญของการรักษาสมดุลความชุ่มชื้น ความเต่งตึงและการมีสุขภาพผิวที่ดี วากาเมะยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 1, บี 2, บี 3, บี 6, และ บี 12 ซึ่งช่วยบรรเทาการอักเสบของผิว 



          PhytessenceWakame สารสกัดจากสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลชนิดพิเศษ วากาเมะยังช่วยยับยั้งเอ็นไซม์ที่เป็นอันตราย (hyaluronidase) ซึ่งเป็นเอ็นไซน์ที่ทำลายกรดไฮยาลูรอนิคในผิว กรดไฮยาลูรอนิคอีลาสตินและคลอลาเจน ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่ช่วยรักษาระดับความยืดหยุ่นความเรียบเนียนและสีผิว หากปราศจากกรดไฮยาลูรอนิคอีลาสติน และเส้นใยคลอลาเจน จะทำให้ผิวสูญเสียตัวเกาะยึดอันส่งผลให้ผิวสูญเสียความอ่อนเยาว์และเกิดรอยคล้ำรอบดวงตา อีกทั้ง สาหร่ายวากาเมะจะช่วยเสริมสร้างกระบวนการทำงานของคอลลาเจนและอิลาสตินให้ดียิ่งขึ้น ช่วยทำให้ระบบการไหลเวียนของน้ำหล่อเลี้ยงผิวหนังทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย





ความคิดเห็น